หนัง เอาชีวิตรอด สร้าง จาก เรื่อง จริง

หนัง เอาชีวิตรอด สร้าง จาก เรื่อง จริง

หนัง เอาชีวิตรอด สร้าง จาก เรื่อง จริง

หนัง เอาชีวิตรอด สร้าง จาก เรื่อง จริง Cinderella Man (2005) Damon Runyon นักหนังสือพิมพ์คนสำคัญของอเมริกาเคยกล่าวว่า “ในที่มาที่ไปศาสตร์การแข่งขันชกมวยที่มีมา ไม่มีเรื่องราวใดเทียบได้กับเรื่องของจิม แบรดด็อก” ซึ่งผมแสดงตัวด้วยกับคำบอกเล่านี้แบบเกินร้อยครับ

‘จิม แบรดด็อก’ (Russell Crowe) ไม่ใช่เพียงแค่ตำนานแห่งวงการมวย แต่เขาคือตำนานแห่งคนสู้ชีวิต แรกเริ่มเขาคือนักมวยดาวรุ่งคนดัง แต่พอเขาพ่ายในสังเวียน บวกกับภาวะเศรษฐกิจล่มจมในสมัย 1930 เขาจึงหมดสิ้นซึ่งทรัพย์สิน จำเป็นจะต้องยอมทำงานกรรมกรแลกเปลี่ยนค่าแรงไม่กี่เหรียญซึ่งเช่นไรก็ไม่มีวันพอเพียงเพื่อเลี้ยงชมภรรยาและลูกน้อยอีก 3 คน ยิ่งตอนผ่านไปเขาก็ยิ่งเหนื่อยยากจนกระทั่งขั้นไม่อาจจะจ่ายจนกระทั่งค่านมให้ลูก ๆ กิน แต่เขาก็ไม่ยินยอมอ่อนข้อแพ้ ยังอาจจะดำเนินการงานถึงแม้บางวันร่างกายจะไม่พร้อม (อย่างเช่น แขนหัก)

แล้ววันหนึ่งเขาก็มีจังหวะคืนสู่สังเวียน ซึ่งทุกคนก็คิดว่าเขาแพ้แน่นอน เป็นเหมือนกระสอบทรายให้ฝ่ายตรงข้ามชนะน็อค แต่ปรากฏว่าการปฏิบัติงานกรรมกรแต่ละวันกลับกำเนิดคุณประโยชน์  หนัง เอาชีวิตรอด สร้าง จาก เรื่อง จริง เนื่องมาจากเท่ากับเขาได้ฟิตกล้ามเนื้อเป็นกิจวัตรด้วยการยกโน่นแบกนี่ และเขาก็สามารถพลิกเกมเป็นฝ่ายชนะ แล้วนั่นล่ะครับผมคือจุดกำเนิดของการเปลี่ยนมาของจิมมี่ แบรดด็อก เจ้าของฉายา “ซินเดอเรลล่า แมน” ซึ่งหมายถึงนักมวยรองบ่อนตกรุ่นซึ่งสามารถไต่ลำดับกลับมายิ่งใหญ่ได้ดั่งปาฏิหาริย์ (แต่ผมว่าไม่น่าจะใช่ปาฏิหาริย์อะไรนะ มันคือผลแห่งความมานะบากบั่นของคนอย่างแท้จริงเลย)

Be With You

น้ำตาแตก ซึ้ง กินใจสุด เป็นหนังรักประจำฤชมฝนของญี่ปุ่นที่เอามารีเมคใหม่ในแบบอย่างเกาหลี รับบทนำโดยสองนักแสดงร์อย่างกับ โซจีซบ และซนเยจิน โดยเนื้อเรื่องยังคงจะซึ้งเหมือนต้นแบบ ทำให้เรียกน้ำตาคนชมได้ดีมากกก โดยเล่าเรื่องของวูจินและจีโฮ สองพ่อลูกที่สูญเสียซูอา แม่และภรรยาไปในฤชมฝน โดยทิ้งคำคำสัญญาไว้ว่าเธอจะกลับมาหาพวกเขาเมื่อฝนในฤชมกาลหน้าตกลงมาอีกสักที และซูอาก็กระทำตามคำสัญญานั้น แต่ว่าครั้งนี้เธอทำความจำหล่นขาดหายไประหว่างทาง ส่งผลให้หมวดหมู่เขามีขณะอยู่ด้วยกันเพียงบางส่วนนิดเพื่อบ่มเพาะความรักที่แสนอบอุ่นขึ้นมาอีกสักรอบ ก่อนที่เธอจะจากหมู่เขาไปชั่วกับชั่วกัลป์

เป็นหนังที่พอชมจบแล้วส่งผลให้พิจารณาถึงช่วงเวลาที่คนรักของพวกเรายังอยู่ข้างกาย เนื่องด้วยในชีวิตจริงผู้คนที่จากเราไปแล้วคงจะไม่มีทางกลับมาหาพวกเราได้ ในช่วงที่เรายังมีจังหวะอยู่ด้วยกัน พวกเราควรจะดูแลเอาใจใส่กันให้มาก เรียกได้ว่าเป็นหนังรักขึ้นหิ้งที่ดีเยอะที่สุดเรื่องหนึ่งเลย

Train to Busan (2016) หนัง เอาชีวิตรอด สร้าง จาก เรื่อง จริง

Train to Busan ด่วนนรก ซอมบี้คลั่ง หรือชื่อเกาหลีว่า Busanhaeng (ปูซานแฮง) หนังแนวแอคชั่นเซอร์ไวเวอร์ ซึ่งถูกดัดเปลี่ยนมาจากอนิเมชันเรื่อง Seoul Station เกิดเรื่องเช่นเดียวกับเวลาการเดินทางบนขบวนรถไฟ KTX จากโซล-ปูซาน โดยตัวเอก ‘ซอกวู’ รับบทโดย กงยู ชายหนุ่มผู้ตัวกู ของกูและล้มเหลวกับการมีครอบครัว กำลังจะไปส่งบุตรสาว ‘ซูอัน’ ไปหาแม่ของเธอที่เมืองปูซาน แต่ตอนนั้นก็เกิดเชื้อไวรัสแพร่ระบาด ส่งผลให้คนกลายเป็มซอมบี้ และมีผู้ติดเชื้อหลุดรอดขึ้นมาบนรถไฟขบวนนี้ด้วย ทำให้ผู้โดยสารบนรถไฟขบวนนี้จึงควรช่วยกันหนีตายเพื่อที่จะเอาชีวิตรอด โดยฝ่าดงซอมบี้จากโบกี้สู่โบกี้ วัตถุประสงค์ปลายทางคือเมืองปูซาน ความหวังเพียงชิ้นเดียวที่ยังเปิดรับผู้รอดชีวิตอยู่

หัวข้อนี้มีแง่คิดเยอะๆ ๆ ซ่อนเร้นอยู่ภายในหนัง หยิบเป็นหนังสะท้อนสังคมเกาหลีเลยก็ว่าได้ ทั้งการแข่งขันและความคิดเห็นแก่ตัวของผู้เอาชีวิตรอดบนรถไฟ KTX ส่งผลให้พวกเราได้ลุ้นระทึกอยู่ตลอดเวลาว่าตัวเอกจะใช้ขั้นตอนการอย่างไรฝ่าฝูงซอมบี้เพื่อที่จะเอาชีวิตรอด จากโบกี้ที่ 9 ไปช่วยลูกสาวที่โบกี้ 13 เพื่อที่จะไปรวมตัวกับผู้รอดชีวิตที่โบกี้ 15 และช่วงเดินทางจะต้องเผชิญกับความสูญเสียเช่นไรบ้าง มีความคิดเห็นแก่ตัวเบื้องลึกของคนเราในภาวะคับขันยังไง ชมไปลุ้นไป

ลุ้นจนเหนื่อย รื้นเริงมาก ซอมบี้เยอะสมจริง สะใจมาก แต่ซอฟต์กว่า The Walking Dead ซึ่งเราว่ามันพอดีไม่น่ากลัวเกินความจำเป็น (พวกเราชอบหนังหนีซอมบี้ 55555) และแน่นอนว่ากระแสตอบรับของหัวข้อนี้ก็ดีมากเช่นกันในหลายๆประเทศ ซึ่งประเด็นนี้ยอดเยี่ยมในกรณีที่ได้รับเฟ้นให้ฉายในงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้งที่ 69 ที่ประเทศคนต่างประเทศเศสด้วย เป็นหนังเกาหลีที่สร้างสถิติมีจำนวนโรงภาพยนตร์เข้าฉายมากที่สุดในที่มาที่ไปศาสตร์ พลาดไม่ได้เลยจริง ๆ

Erin Brockovich (2000)

‘อีริน บรอคโควิช’ (Julia Roberts) คือชื่อเรื่องของหม้ายสาวลูกติด 3 คน ผ่านการหย่าร้าง 2 หน สถานภาพตกงานแล้วยังซวยโดนรถชนฟ้องศาลก็แพ้คดีทั้งที่เธอไม่น่าใช่ฝ่ายผิด ในสภาพข้างหลังชนฝาเธอเลือกเฟ้นที่จะไปของานทำในสำนักงานทนายความที่ว่าความให้เธอแพ้ และถึงแม้เธอจะเริ่มตั้งแต่ต้นจากงานต๊อกต๋อยในออฟฟิศแต่ขีดความสามารถของเธอก็พาเธอไปจุดที่เป็นอีกหนึ่งหน้าสำคัญของการฟ้องคดีในอเมริกา

สิ่งแรกที่ผมว่า Erin Brockovich มันน่าสนใจคือมันเหมือนทำลายขนบหนังแนวฟ้องร้องคดีว่าต้องดราม่าเข้มข้นทุ่มเทกับงานจนไม่มีขณะทำอย่างอื่น โดนข่มขู่จากยักษ์ใหญ่ มีฉากว่าความในศาลดุเดือด ทดลองนึกรูปหนังอย่าง The Insider นะขอรับ แต่ ‘โซเดอเบิร์ก’ ผู้กำกับกลับเฟ้นสร้าง Erin Brockovich ให้มันเปลี่ยนเป็นหนัง feel-good ที่ไม่น่าจะใช่ feel-good ไร้สาระ มันเป็นหนัง feel-good ที่มีผู้แสดงนำเข้มแข็งและเนื้อเรื่องก็มาจากเรื่องจริงที่น่าติดตาม

สิ่งที่โซเดอเบิร์กจำเป็นต้องการนำเสนอก็คือชีวิตของอีริน บรอคโควิช เขาไม่ได้ให้ความสนใจว่าคดีจะคืออะไร มีอุปสรรคข้อขัดข้องมากแค่ไหน ระหว่างทางจำเป็นต้องเจออะไรบ้าง สิ่งที่โซเดอเบิร์กหยิบมาชี้แนะคือต้องการที่จะให้มีความเห็นว่าเพราะเหตุไรเธอถึงบรรลุความสำเร็จอีกทั้งที่เริ่มตั้งแต่ต้นแทบจะเรียกว่าจากติดลบ

จุดเริ่มแรกของเธอเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากความช่างสงสัย ช่างสังเกต เธอได้รับมอบหมายงานต๊อกต๋อยในสำนักงานระเบียบหมาย เธอได้รับคำบัญชาจากเจ้านายไหว้วานให้เธอช่วยคุ้ยหาแฟ้มคดีในลังฟอร์มคดีที่ดิน เธอเริ่มสงสัยว่าแล้วที่มาที่ไปการตรวจร่างกายมันมาอยู่ด้านในเอกสารคดีที่ดินได้เช่นไร เธอสอบถามเพื่อจะนร่วมงานก็มิได้คำตอบเพราะเหตุว่าเวลานั้นเธอไม่เป็นที่ชื่นชอบของคนในออฟฟิศจากการแต่งตัวของเธอ (วินิจฉัยคนกันที่เปลือกนอก)

เธอก็เลยพยายามตั้งข้อสันนิษฐานของตัวเองและลงมือค้นหาหาว่าเพราะเหตุใดประวัติการตรวจร่างกายถึงมาอยู่ในแฟ้มคดีที่ดินได้ จากที่ผมเล่าจะเห็นได้ชัดได้ว่าสิ่งที่เธอทำมันนอกจากงานที่เธอได้รับมอบหมาย เธอจะปลดปล่อยผ่านไปเลยก็ได้เช่นกันเนื่องจากงานของเธอเสร็จสมบูรณ์ไปแล้ว เธอจะปล่อยผ่านเมื่อมิได้รับผลลัพธ์ก็ย่อมได้เพราะว่ามันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับงานต๊อกต๋อยที่เธอทำอยู่ แต่ด้วยความที่เธอพินิจว่ามันแปลก เธอจึงเกิดความพึงพอใจใคร่ทราบซึ่งนำมาซึ่งการก่อให้เกิดหลักฐานที่ทำให้เจ้านายของเธอที่เป็นทนายความเกิดไฟลุกโชนในคดีนี้ แต่กระนั้นเธอก็ยังถูกไล่ไปจากการตัดสินเธอจากภายนอก (เธอขอเจ้านายไม่เข้าออฟฟิศเป็นอาทิตย์เพื่อทำงานนี้ แต่เจ้านายกลับคิดว่าคนแต่งตัวแบบเธออาจจะเป็นคนรักบันเทิงใจไม่เป็นจริงเป็นจังอะไรกับงาน)

ต่อเพราะเหตุว่าความช่างพิจารณาคือเธอมีความมุ่งมั่น เมื่อเธอเดินทางไปสนทนากับบุคคลในแฟ้มคดี เธอได้ผลสรุปที่เหมือนจะเข้าทางกับข้อสันนิษฐานของเธอ แม้เธอจะไม่มีความรู้ความสามารถด้านกฎที่ต้องปฏิบัติหมายแต่ก็ใช้ความตั้งอกตั้งใจสำหรับการค้นหาอันที่จริง เธอไปปรึกษาผู้ที่มีความเชี่ยวชาญได้ข้อเสนอมาเธอก็คิดหาวิธีปฏิบัติให้ได้หลักฐานที่เธอต้องการ จะเห็นได้ว่าจุดเริ่มของเธอเกิดจากความตั้งใจล้วน ๆ แทบจะไม่เกี่ยวกับระดับความสามารถส่วนตัวบุคคลเลย

หนังชีวิตจริง netflix เรื่องแรกกับหนังของ สตีเฟน ฮอว์กิง เล่าเรื่องของที่มาที่ไปแห่งความรักกับภรรยา แม้ว่าจะสามารถ อยู่ได้แค่เพียง 2 ปี สถานะการณ์ของเขาจะสนุกสนานมากแค่ไหน ติดตามกับเนื้อหารากฐาน ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ สตีเฟน ฮอว์คิง นักเรียนรู้ฟิสิกส์คนที่ทำงานในวงการบันเทิงศาสตร์ได้เริ่มต้นความเชื่อมโยงที่โรแมนติกกับเจน ไวลด์

นักเรียนรู้วรรณกรรม ถึงแม้ว่าสตีเฟนจะเก่งกาจด้านคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ แต่เพื่อที่จะนๆ และอาจารย์ของเขาตื่นตระหนกว่าเขาไร้ข้อความสำคัญวิทยานิพนธ์ ภายหลังที่สตีเฟนและศาสตราจารย์เดนนิส หนัง เอาชีวิตรอด สร้าง จาก เรื่อง จริง เซียมาเข้าร่วมการบรรยายเรื่องหลุมดำ สตีเฟนคาดเดาว่าหลุมดำอาจเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างจักรวาล และตกลงใจที่จะเขียนวิทยานิพนธ์ของเขาเกี่ยวกับหลุมดำเหล่านี้

ระหว่างทำการวิจัย กล้ามเนื้อของสตีเฟนเริ่มต้นล้มเหลว ในที่สุดก็ทำให้เขาล้มลงและกระแทกศีรษะ เขาทราบดีว่าเขามีโรคเกี่ยวกับเซลล์ประสาทสั่งการ ซึ่งสุดท้ายจะมีผลให้เขาไม่สามารถขยับเขยื้อน กลืน หรือแม้กระทั้งหายใจได้ แพทย์กล่าวเขาว่าไม่อาจจะทำอะไรได้ และเขาเหลือช่วงอีกโดยประมาณ 2 ปี เมื่อสตีเฟนสอบถามว่าจะกำเนิดอะไรขึ้นกับส่วนที่ใช้ในการประมวลผลของเขา แพทย์พูดเสว่าง่าความคิดหรือส่วนที่ใช้ในการคิดจะมิได้รับผลกระทบ ด้วยเหตุฉะนี้ความนึกคิดและเชาวน์ของเขาก็เลยยังคงจะอยู่ แต่ท้ายที่สุดเขาก็จะไม่สามารถสื่อสารออกมาได้

Sunny

หนังคอมเมดี้ดราม่าที่ทำให้ทุกท่านยิ้มไปตามๆ กัน เล่าถึงชีวิตและความสัมพันธ์อันแนบแน่นของแก๊งเพื่อนสาว 7 คน ในวัยมัธยมสมัย 80 โดยใช้ชื่อเรื่องแก๊งว่า “ซันนี่” ที่ทุกท่านต่างแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตและไม่ได้เหน้าจอหน้ากันมาช้านานกว่า 25 ปี หากไม่บังเอิญว่า นามิได้ประสบชุนฮวานอนป่วยด้วยโรคร้ายอยู่ที่โรงพยาบาล จัดการงานออกตามหาเพื่อจะนอีก 5 คนจึงเกิดขึ้น

เพื่อนำหมู่เขากลับมาให้ชุนฮวามีความแฮปปี้เป็นครั้งท้ายที่สุดของชีวิต ความสนิทสนมของแก๊งเพื่อที่จะนจึงถูกรีเฟรชกลับขึ้นมาอีกที และเปลี่ยนเป็นความจำที่ตราตรึงใจของทุกคนไปชั่วนิจนิรันดร์ เป็นหนังที่จะก่อให้หลายๆ ๆ คนคิดถึงเพื่อที่จะนสมัยมัธยม นึกถึงระยะเวลาในวัยศึกษาเล่าเรียนที่ได้มีความน่ายินดีกับเหล่าเพื่อน ได้มีอิสระและเป็นตัวของตัวเองสูงที่สุด ยิ่งชมยิ่งจับอกจับใจ ชมซ้ำได้ไร้เบื่อเลย

My Annoying Brother (2016)

หนังคอมเมดี้ปนดราม่าตามสไตล์เกาหลี มีชื่อเรื่องหนังเป็นภาษาเกาหลีว่า ‘Hyeong’ (ฮยอง) ซึ่งเป็นคำที่น้องชายใช้เรียกพี่ชายในถ้อยคำเกาหลี สถานะการณ์ของ ‘โกดูยอง’ รับบทโดย โดคยองซู เป็นนักเทควันโดกลุ่มชาติอนาคตไกลที่บาดปวดจากการแข่งขันชิงชัยจนส่งผลให้ตาบอด ก็เลยท้อแท้และสิ้นหวังกับชีวิต มีพี่ชายต่างแม่ชื่อเรื่อง ‘โกดูชิก’ ที่หายออกมาจากบ้านไป 15 ปี เป็นนักโทษที่ถูกปล่อยตัวออกมาช่วยคเช่นเดียวกับ ปัจจัยผลเพื่อมาชมแลน้องชายตาบอดที่อาศัยอยู่คนเดียว แต่ความเกี่ยวพันของทั้งคู่นั้นไม่ได้ดิบได้ดีต่อกันตั้งแต่แรก ต่างคนต่างไม่เปิดรับซึ่งกันและกันเนื่องจากปมเรื่องครอบครัว แต่การที่ต้องอยู่ร่วมกันรายวัน ส่งผลให้ความเชื่อมโยงของทั้งคู่คู่ค่อย ๆ ปรับตัวเปิดรับซึ่งกันและกันสุดท้าย

เรื่องนี้ประทับใจในความเกี่ยวข้องที่เป็นธรรมชาติของพี่ชายและน้องชาย ที่ค่อย ๆ เปิดรับซึ่งกันและกัน ความขำขัน กะล่อน และความห่ามในสไตล์ผู้ชายของพี่ชายที่ถ่ายทอดไปถึงน้องชายต่างแม่ที่ถึงแม้ว่าจะตาบอด และทั้งสองเองก็ไม่ได้ชี้ให้เห็นออกถึงความรักที่มีต่อกันตรง ๆ มีแบบฟอร์มกันบ้างตามสไตล์เพศชาย แต่ก็สามารถนำมาซึ่งการทำให้เราอินกับความสัมพันธ์ของสองพี่น้องได้อย่างเป็นธรรมชาติจริง ๆ ดูแล้วมีน้ำตาซึมในความซึ้งจากความรักของทั้งสองอย่างแน่นอน (มันมีจุดพีคอยู่จำเป็นที่จะต้องดูเอง) ซึ่งหัวข้อนี้พวกเราเจอแบบบังเอิญขณะนั่งเครื่องบินจากเกาหลีกลับไทย บนสายการบิน Korean Air เลยจะมีหนังเกาหลีแบบซับไตเติ้ลถ้อยคำอังกฤษให้เฟ้นชม เราก็เลือกชมเพราะไบแอสคยองซูล้วน ๆ ดูไปชมมานั่งร้องไห้คนเดียวบนเครื่องบินหนักมาก โดยที่รอบตัวคนอื่นๆหลับหมดเลยเนื่องมาจากเป็นตอนกลางคืน

Into the Wild (2007) รีวิวโดยเอ วิจารณ์ภาพยนตร์ ครับผม เป็นหนังขอความกรุณาอันดับที่หนึ่งของเอด้วยครับ

เชื่อเรื่องเกินไปว่าใครก็ช่างที่ชมภาพยนตร์เรื่อง Into The Wild จบลง ไม่ว่าผู้นั้นจะรู้สึกแสดงตัวด้วยหรือไม่ก็ตามทีต่อการกระทำหรือการดำรงชีวิตของ ‘คริสโตเฟอร์ แม็คแคนเลส’ (Emile Hirsch) แต่ว่ามีเรื่องหนึ่งที่ผู้ดูทุกคนจะมองเห็นได้จากภาพยนตร์เรื่องนี้จากนักแสดงหลัก นั่นคือ การออกตามล่าหาความฝัน การแสวงหาคำจำกัดความของชีวิต และการปลดเปลื้องทุกสิ่งทุกอย่างรอบกายเพื่อที่จะเข้าถึงเสรีรูปที่จริงจริงจากแก่นแท้ของจิตวิญญาณที่เรียกว่ามนุษย์

รูปยนตร์ประเด็นนี้หากกล่าวอย่างย่นย่อและกระชับมันได้แก่การใช้ชีวิตที่หลุดกรอบของสังคมของเด็กหนุ่มวัย 23 ปี เพื่อออกตามล่าหาคำจำกัดความของชีวิตที่เขาเชื่อว่าคือการได้ไปใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพรในอลาสก้า ด้วยเหตุนี้โดยทันทีที่เขาเรียนรู้จบในระดับปริญญาตรี เขาก็เลยตกลงใจทิ้งชีวิตของเขาทุกอย่าง และออกเดินทางไปอลาสก้า โดยแทบไร้เงินติดตัวเลยสักแดงเดียว

สิ่งหนึ่งที่คริสน่ายกย่องและชื่นดูที่สุดก็คือ เป้าหมายแน่วแน่วในควรจะเป็นมาใช้ชีวิตอยู่ด้านในป่าอลาสก้า เขาไร้วอกแวกแม้จะโดยคำกล่าวของคนเรามากไม่น้อยเลยทีเดียวพูดให้เขาเปลี่ยนแปลงใจ ทั้งหมดทุกอย่างทุกอย่างขึ้นอยู่กับเขาเหมือนราวกับคำที่เขากล่าวว่า “แก่นแท้ของจิตวิญญาณของมนุษย์ มาจากการทำงานที่เคยทำมา” และเขามาถึงจุดที่เขาจะศึกษาด้วยตัวของเราเองเสียแล้ว

เมื่อมาถึงในขั้นต้น อลาสก้าที่เขาสร้างให้เป็นโลกในอุดมคติได้กำเนิดขึ้นจริงกับเขา ด้วยหยาดเหงื่อและแรงกายของตัวเอง เขาคิดว่า อลาสก้า เป็นที่ๆมีความเป็นอิสรภาพและความเรียบไม่ยากที่งดงามจนปฎิเสธไม่ลง เขาใช้ชีวิตด้วยความสุข อยู่ท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพร เขามีความเสรี เขามีความบริสุทธิ์ตามที่มนุษย์คนหนึ่งพึงจะมีได้ เขาไร้ เงินทอง ชื่อเสียง อำนาจหรือสังคมอะไรก็ตาม ที่หยิบเป็นมายาในคำนิยามของเขา นี่คือความฝันดังที่วาดไว้ภายในจินตนาการ

แต่เมื่อณ เวลาผ่านไปราวๆสัปดาห์ที่ 7 ความเป็นจริงก็ค่อยๆเปิดเผยแพร่กายออกมาให้เห็น ความฝันเป็นสิ่งที่เย้ายวนจิตวิญญาณ แต่ความจริงมันนำมาซึ่งการทำให้ความฝันมลาย อลาสก้าในอุดมคติเขาเริ่มห่างไกลจากสิ่งที่เขาปราถนา และได้โพล่งคำกล่าวออกมาว่า “เขาสัมผัสได้แจ่มแจ้งและชัดเจนเลยว่า ธรรมชาติไม่เคยปราณีมนุษย์

มันเป็นที่ของความป่าเถื่อนและพิธีทางไสยศาสตร์ เป็นที่อยู่ของหมวดป่าเถื่อน ใจทมิฬ และหมวดหมู่สัตว์ป่า” เขาเริ่มต้นทำความเข้าใจแล้วว่าเขาไม่เหมาะสมกับสถานที่แห่งความป่าเถื่อน เขายังต้องการความเป็นมนุษย์ที่จิตวิญญาณเขามีอยู่เต็มห้องดวงใจ ด้วยสถานะการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมา เป็นเครื่องสักขีพยานได้ว่าเขาเหมาะสมกับการใช้ความเชื่อมโยงแห่งมนุษย์เพื่อค้ำจุนตัวเขาและโลกให้มีคำอธิบายศัพท์มากกว่าสู้และหาอาหารเพื่อที่จะเอาตัวรอดไปเหมือนอย่างเช่นสัตว์ป่าไม่มีมนุษยธรรมและอารยธรรม

สุดท้ายแล้วถ้าจะเอื้อนเอ่ยว่ารูปยนตร์ประเด็นนี้มีผลใด ๆ ต่อความคิดของเสรีชนก็น่าจะพูดได้เลยว่ามันเป็นเพียงแค่แรงจูงใจดี ๆ เท่านั้นเอง ไม่ได้มีอานุรูปมากพอที่จะมีผลให้บุคคลนั้นลุกขึ้นมาทำตามความฝันของตนเองแต่อย่างใด มันเป็นแค่เชื้อไฟดี ๆ เท่านั้น แต่สิ่งที่จะเป็นตัวจุดชนวนโชติขณะชัชวาลแห่งชีวิตให้เจิดจ้าเหมือนกับแสงขาวแห่งความฝันนั้นอาจจะมีเพียงแต่ผู้ชมเพียงเท่านั้นเอง ที่จะเป็นคนริเริ่มปั้นแต่งคำนิยามของชีวิตให้สละสลวยและงดงามอย่างกับใจหวัง และหากจะหาแรงบันดาลใจสำหรับการค้นหาหาคุณประโยชน์คำจำกัดความชีวิตในแบบปัจเจกชนอย่างแท้จริง ภาพยนตร์เรื่อง Into The Wild คงมีพลังซ่อนเร้นให้ได้จับใช้กันในแบบสิ่งจูงใจ

เนื่องจากว่าเสรีรูปนั้น มันช่างหอมหวานสำหรับมนุษย์ที่โหยหาอาวรณ์มัน จงออกไปตามหาคุณประโยชน์ของชีวิต อย่าทำให้มันนอนแน่นิ่ง อยู่ด้านในก้นบึ้งแห่งดวงใจ เพราะเมื่อใดก็ตามที่ความตายย่างกรายเข้ามาถึง เราจงได้เผชิญหน้าต่อมันอย่างไม่เกรงกลัว เนื่องจากชีวิตของคนเรามันช่างงดงามเสียจริง ๆ

mooviehd.ดูหนังออนไลน์

wallpapered